กระเบื้องปูภายนอก (Exterior Tiles)
ตกแต่งบริเวณนอกบ้านให้สวยงามด้วย กระเบื้องปูภายนอก ซึ่งมีหลากหลายประเภท ทั้งกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องแกรนิโต้ กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับปูพื้นและปูผนังภายนอกโดยเฉพาะ สามารถประยุกต์ใช้ตกแต่งบริเวณทางเดิน ระเบียง ที่จอดรถ และบริเวณภายนอกอื่นๆ ได้ โดยกระเบื้องปูภายนอกคุณภาพดีจะต้องมีความทนทานต่อสภาพอากาศ ทนแดดและทนฝนได้ดี มีความแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี ไม่แตกหักเปราะง่าย ผิวหน้ากระเบื้องป้องกันการลื่นล้ม ทำความสะอาดง่าย รวมทั้งมีสีสันและลวดลายสวยงามเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับตัวบ้าน
ข้อพิจารณาในการเลือกกระเบื้องภายนอก
1. กระเบื้องสำหรับปูนอกบ้านต้องมีความแข็งแกร่งมากกว่ากระเบื้องปูภายใน
เพราะพื้นภายนอกต้องเจอทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และต้องรับแรงกระแทกจากการใช้งานในระหว่างวันซึ่งบางครั้งก็เกิดจากการมีวัตถุหล่นทับแบบไม่ได้ตั้งใจ ทนต่อการเหยียบย่ำและรอยขีดขูดจากการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ รวมทั้งน้ำหนักของรถยนต์ในส่วนของโรงจอดรถได้ ชนิดของกระเบื้องที่ใช้นอกบ้านจึงต้องสามารถรับแรงกระแทกได้ดี มีความแข็งแรงไม่แตกหักง่าย ซึ่งความแข็งแกร่งข้อนี้เกิดมาจากส่วนผสมของวัตถุดิบในการผลิต อย่างกระเบื้องแกรนิตโต้ กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องดินเผา และกระเบื้องเกลซพอร์ซ เลน ก็สามารถใช้ได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่ผลิตมาเพื่อใช้กับพื้นที่ภายนอกเท่านั้น
2. พื้นผิวของกระเบื้องที่ใช้ปูภายนอก
ส่วนใหญ่มักมีผิวกึ่งมันกึ่งหยาบไปจนถึงผิวหยาบ และผิวหยาบมาก กระเบื้องผิวหยาบด้านจะเพิ่มแรงเสียดช่วยป้องกันการลื่นล้ม เมื่อต้องสัมผัสน้ำได้ดีกว่ากระเบื้องผิวมันที่มักเป็นกระเบื้องสำหรับใช้ภายในบ้าน ผิวของกระเบื้องภายนอกจะสังเกตได้ง่าย มองด้วยตาเปล่าก็แยกออก แต่หากไม่แน่ใจ ให้ใช้มือเปียกลูบที่ผิวแผ่นกระเบื้อง หากรู้สึกสากที่มือเป็นอันใช้นอกบ้านได้
3. ลวดลาย สีสัน และขนาดของกระเบื้อง
นอกเหนือจากลวดลายสวยงามเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ที่นิยมนั้นจะเทียบเคียงใกล้กับวัสดุธรรมชาติจริงๆ อย่างหินแกรนิต หินทรายตัด โทนสีก็เป็นอีกเรื่องที่ควรพิจารณา ควรเลือกโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล เทา หรือดำ เพราะพื้นที่นอกบ้านเป็นส่วนที่ต้องเจอกับคราบสกปรกอยู่เสมอ โทนสีเข้มจะช่วยพรางสายตาให้มุมนั้นๆ ไม่รู้สึกเกะกะสายตาด้วยคราบสกปรก เช่นเดียวกับขนาดของกระเบื้อง หากเลือกปูพื้นด้วยกระเบื้องแผ่นเล็ก ก็จะมีเส้นยาแนวเยอะกว่ากระเบื้องแผ่นใหญ่ อาจทำให้ดูไม่สวยงามและทำความสะอาดได้ยาก
4. เทคนิคการปู
แม้ว่าการปูกระเบื้องจะสามารถปูได้ถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเปียก แบบแห้ง และแบบซาลาเปา แต่ต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ภายนอกเป็นส่วนที่โดนแดด ลม ฝนอยู่เสมอ ฉะนั้น ควรเลือกวิธีปูแบบแห้ง ซึ่งเป็นการปูที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้ปูนทรายหรือกาวซีเมนต์เป็นตัวประสานระหว่างพื้นปูนกับกระเบื้อง โดยปาดปูนทรายหรือกาวซีเมนต์ให้ทั่ว แล้วปูกระเบื้องลงไป จะทำให้มีแรงยึดเกาะที่ดี มีอายุการใช้งานยาวนาน
ส่วนเทคนิคการปูสดหรือปูกระเบื้องบนพื้นที่เทเสร็จใหม่ๆ จะมีความชื้นสูง ทำให้เกิดเชื้อราตามมาในภายหลังได้ ขณะที่การปูซาลาเปาแบบเดิมที่ช่างบางรายจะเอาปูนโปะกลางกระเบื้อง ก็ทำให้กระเบื้องเกิดหลุดล่อนหรือแตกร้าวได้ง่าย จึงไม่แนะนำการปูแบบนี้โดยเด็ดขาด แม้ว่าจะประหยัดค่าใช่จ่ายในส่วนของค่าปูนกาวซีเมนต์ แต่ในระยะยาวไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน
ที่ DP ceramic มี TIP อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงในการปูกระเบื้องนอกบ้านคือ Slop หรือระดับความลาดชันของพื้นที่ใช้งาน เพื่อลดปัญหาน้ำขังซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การทำสโลปนอกบ้านไม่ต่างจากการปูพื้นกระเบื้องในห้องน้ำคือทุกจุดต้องเอียงหาท่อระบายน้ำ โดยมีมาตรฐานอยู่ที่ 1 : 200 (ระยะ 2 เมตรมีระดับความสูงต่างกัน 1 เซนติเมตร) หรือสามารถลดปรับระดับตามความเหมาะสม ในอัตรส่วน 1 : 100 หรือ 1 : 50 ก็ใช้ได้เช่นกัน
ทั้งหมดนี้เป็นข้อแนะนำในเบื้องต้น หากจำเป็นต้องเลือกซื้อกระเบื้องปูภายนอกด้วยตัวเอง หรือกรณีที่มีกระเบื้องอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าสามารถใช้ภายนอกบ้านได้หรือไม่ หรือเพียงแค่ซื้อเพื่อซ่อมแซมส่วนเดิมที่ชำรุด แต่โดยทั่วไปหากเลือกซื้อในแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน ก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำร้านคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้ออยู่แล้ว สามารถสอบถามข้อสงสัยต่างๆ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ DP ceramic ศูนย์รวมกระเบื้องเเละผนัง ราคาถูก หลากหลาย มีให้เลือกครบครัน อย่างจุใจ พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ ถูกที่สุด ปรึกษาเเละสอบถามฟรีทั้งผู้รับเหมาเเละสปานิก สอบถามรายละเอียด 02-8841841-5 ต่อ 108

แสดง 1 รายการ